6 สารสกัดบำรุงสุขภาพ บำรุงกระดูก เสริมความแข็งแรง
โพสต์เมื่อ : 19 ก.พ 2568 เวลา 6:32 น.
สารสกัดบำรุงสุขภาพ เป็นทางเลือกยอดนิยมสำหรับผู้ที่มองหาการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการบำรุงกระดูกที่เป็นส่วนสำคัญของการเคลื่อนไหวและการใช้ชีวิตในแต่ละวัน การบำรุงกระดูกให้แข็งแรงไม่เพียงแต่ช่วยป้องกันการเสื่อมของกระดูกเมื่ออายุมากขึ้น แต่ยังช่วยลดความเสี่ยงของโรคกระดูกพรุน การปวดข้อ และการเกิดอาการบาดเจ็บที่กระดูกในระยะยาว สารสกัดที่ใช้บำรุงกระดูกส่วนมากมักประกอบไปด้วยแร่ธาตุและวิตามินที่จำเป็นต่อร่างกาย เช่น แคลเซียม แมกนีเซียม และวิตามินดี รวมถึงสารต้านอนุมูลอิสระและสารสกัดจากพืชธรรมชาติที่มีฤทธิ์ในการลดการอักเสบ ช่วยเสริมความแข็งแรงของกระดูกและข้อต่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สารสกัดจากขมิ้นชัน (Turmeric Extract) มีสารสำคัญ คือ สารเคอร์คิวมิน (Curcumin) สามารถยับยั้งกระบวนการอักเสบได้ช่วยบรรเทาอาการจากโรคข้อเข่าเสื่อม เนื่องจากมีสารเคอร์คิวมินมีฤทธิ์ต่อต้านกระบวนการอักเสบ จึงเชื่อว่าสารเคอร์คูมินอาจมีส่วนช่วยบรรเทาอาการผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อมและข้ออักเสบชนิดอื่นๆได้ดีเช่นเดียวกับยา อีกทั้งสารเคอร์คิวมิน ยังไปกระตุ้นร่างกายให้หลั่งสารเคลือบกระเพาะอาหาร จึงสามารถช่วยรักษาแผลในกระเพาะอาหารได้
สารสกัดจากขิง (Ginger Extract) มีสารสำคัญ คือ จินเจอรอล (gingerol) ซึ่งเป็นสาร แอนโทไซยานิน (Anthocyanin) เป็นสารที่มีฤทธิ์ต้านอาการอักเสบและยับยั้งอาการปวดได้ ช่วยลดอาการปวดเข่าได้ เพราะนอกจากจะมีฤทธิ์ต่อต้านการอักเสบตามข้อแล้ว ความร้อนจากขิงยังช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือด แถมในขิงมีสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant) รวมถึงสารต้านมะเร็งด้วย มีส่วนช่วยลดความเสี่ยงจากโรคหัวใจและโรคมะเร็งช่วยการทำงานของไต ส่งเสริมให้ไตทำงานได้ดีขึ้น นอกจากนี้ยังมีสรรพคุณ ลดอาการคลื่นไส้ อาเจียน ช่วยในเรื่องผิวพรรณกระจ่างใส ลดริ้วรอยดำ ได้อีกด้วย ข้อควรระวัง ผู้ที่เป็นโรคนิ่ว ไม่ควรรับประทาน
สารสกัดจากงาดำ(Black Sesame Extract) มีสารสำคัญชื่อ เซซามิน (Sesamin) ที่สามารถต้านการอักเสบได้ โดยจะไปลดการสลายของเนื้อเยื่อกระดูกอ่อน ซึ่งเป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดการอักเสบภายในเนื้อเยื่อกระดูกอ่อน มีฤทธิ์ต้านการอักเสบและเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยเสริมสร้างกระดูกอ่อนให้แข็งแรงขึ้น สามารถเพิ่มความสามารถของเซลล์ Osteoblast ที่ให้เกิดโรคข้อเสื่อม โรคกระดูกพรุนได้ โดยจะเข้าไปทำให้แคลเซียมประสานกับกระดูกเพิ่มมากขึ้น และยังมีสาร ลิกแนน (Lignans) ไฟโตสเตอรอล (Phytosterols) นอกจากนี้ยังอุดมไปด้วยธาตุอาหารหลายชนิดเช่น แคลเซียม แมกนีเซียม แมงกานีส ที่ช่วยในการเสริมสร้าง
แคลเซียม แอล-ทรีโอเนต (Calcium L-Threonate) เป็นการสกัดมาจากข้าวโพด สามารถดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้มากกว่าแคลเซียมชนิดอื่นๆ เพราะสามารถรักษาคุณค่าของแคลเซียมได้ครบถ้วน กล่าวคือ ช่วยเสริมสร้างให้กระดูกแข็งแรงยับยั้งการสลายตัวของกระดูกบริเวณข้อต่อและกระดูกอ่อน ช่วยปรับปรุงกระบวนการสร้างเซลล์กระดูกให้แข็งแรงขึ้น กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในกระดูกและกระดูกอ่อน ช่วยยับยั้งการสลายตัวของกระดูก เสริมสร้างความแข็งแรงให้กับกระดูก รวมทั้งสร้างน้ำในไขข้อ จึงช่วยป้องกันในโรคกระดูกพรุน โรคข้อเสื่อม และยังช่วยป้องกันโรคท้องผูก ท้องอืด สามารถละลายน้ำได้ดี
คอลลาเจนไทพ์ทู ( Collagen Type II ) เป็นการสกัดจากกระดูกอ่อนบริเวณหน้าอกของไก่บรรเทาอาการปวดจากโรคข้อเข่าเสื่อม โดยคอลลาเจนชนิดนี้จะเข้าไปกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งสารต้านอาการปวด บวม หรืออักเสบ รวมถึงเพิ่มปริมาณน้ำในข้อเข่า เนื่องจากมีการศึกษาบางส่วนพบว่า Hydrolyzed Collagen ซึ่งเป็นคอลลาเจนที่ผ่านกระบวนการย่อยบางส่วนแล้วช่วยลดอาการปวดข้อและเสริมสุขภาพข้อต่อได้ คอลลาเจนไทพ์ทูสามารถบรรเทาอาการและลดการอักเสบ ของข้อเข่าเสื่อมได้ดี ทั้งด้านการลดอาการปวดข้อ อาการข้อเข่าติด และการใช้งานของข้อเข่า
วิตามิน D (Vitamin D) มีคุณสมบัติละลายได้ในไขมัน มีประโยชน์ต่อร่างกายมนุษย์ เช่น สามารถช่วยให้ร่างกายดูดซึมแคลเซียมได้ดี ทำให้สุขภาพฟันและกระดูกแข็งแรง ตลอดจนมีบทบาทต่อการทำงานของกล้ามเนื้อ ระบบภูมิคุ้มกัน ไปจนถึงเซลล์ในร่างกายให้ทำงานปกติ และยังมีส่วนช่วยบำรุงผิวพรรณให้สุขภาพดี เปล่งปลั่งทั้งจากภายนอกและภายใน อาหารที่มีวิตามินดีสูง เช่น ปลาที่มีไขมันสูง ไข่ เนย ตับ ตับปลาค็อด น้ำมันชนิดต่างๆ ฯลฯ
ข้อมูลอ้างอิง : https://shorturl.asia/GSw5f